ประเภทของการสู่ขวัญคน

การสู่ขวัญก็เป็นพิธีที่มีการใช้พานบายศรีและพาขวัญในงานพิธีกรรม โดยการสู่ขวัญคนนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วก็เพื่อที่จะเรียกขวัญและกำลังใจ แล้วการสู่ขวัญคนเองก็แบ่งได้หลายประเภท ดังนี้

  1. การสู่ขวัญพระสงค์ เวลาที่พระสงค์รูปใดได้สมนศักดิ์เป็นยาครู ชาวบ้านก็จะทำพิธีสู่ขวัญกัน หรือเวลาที่มีจีพระพุทธรูปมาประดิษฐานที่วัดก็จะมีพิธีสู่ขวัญพระสงค์กันทั้งวัด
  2. การสู่ขวัญออกกรรม เมื่อสตรีคลอดบุตรแล้วเสร็จสิ้นจากการอยู่ไฟแล้ว จะมีการให้กำลังใจและสร้างกำลังใจให้แก่สตรีท่านนั้นโดยการทำพิธีสู่ขวัญให้
  3. การสู่ขวัญเด็ก โบราณกาลนั้นมีความเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างจะมีขวัญประจำตัว ในตัวของเด็กก็เช่นกันจะมีขวัญประจำตัวอยู่ด้วย เมื่อเด็กตกใจจากเหตุการณ์อะไรก็ตามมาก ๆ อาจทำให้ขวัญหนีหายไป ซึ่งขวัญที่คอยปกป้องตัวเด็กเมื่อหายใจก็อาจไม่มีอะไรปกป้องตัวเด็ก ทำให้เด็ก ๆ อาจเจ็บป่วยได้ง่าย จึงต้องมีการทำพิธีสู่ขวัญให้เด็กเพื่อเรียกขวัญกลับมา
  4. การสู่ขวัญคนธรรมดา เป็นการสู่ขวัญของคนธรรมดาในกรณีที่ได้ลาภมา หรือทำการค้าขายได้ดี ได้เลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงาน หรืออาจจะทำขวัญในกรณีที่มีขวัญร้าย เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ตัวเอง
  5. การสู่ขวัญหลวง เวลาที่คนเฒ่าคนแก่เจ็บไข้ได้ป่วยโดยที่ทำการรักษาอย่างไงก็ไม่สามารถหายได้สักที จึงเชื่อว่าการสู่ขวัญหลวงจะสามารถทำให้ท่านเหล่านั้นหายป่วยไข้ได้ โดยการสู่ขวัญนั้นจะใช้เวลา 3 วัน 3 คืน
  6. การสู่ขวัญนาค เมื่อบุตรชายจะบวช ก็จะมีพิธีสู่ขวัญนาคเพื่อให้เกิดความสิริมงคล
  7. การสู่ขวัญน้อยก่อนแต่งงาน เป็นการทำขวัญก่อนการแต่งงาน โดยเริ่มการสู่ขวัญที่บ้านฝ่ายเจ้าบ่าวก่อนที่จะไปรวมขวัญกันอีกครั้งที่บ้านของเจ้าสาวบายศรี-16gif
  8. การสู่ขวัญบ่าวสาวในพิธีแต่งงาน โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะกระทำกันที่บ้านฝ่ายเจ้าสาว เชื่อกันว่าจะเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตของเจ้าบ่าวเจ้าสาวทั้งสอง
  9. การสู่ขวัญป่วย เวลาที่คนสมัยก่อนนั้นป่วยกันนาน ๆ ชาวบ้านก็มักจะเชื่อกันว่าเพราะมีสาเหตุมาจากขวัญนั้นหนีหายไป การเรียกขวัญกลับมาจะทำให้หายจากอาการป่วยจึงต้องมีการสู่ขวัญผู้ป่วย
  10. การสู่ขวัญพา ขวัญพานั้นเป็นเหมือนการสู่ขวัญผู้ป่วยแต่จะเป็นการสู่ขวัญซ้ำหากเกิดการสู่ขวัญครั้งแรกแล้วยังไม่ได้ผลนัก ชาวบ้านเลยเชื่อว่าต้องมีการสู่ขวัญกันอีกครั้งเพื่อเรียกขวัญให้กลับมา

 

ประเพณีตานก๋วยสลาก

ประเพณีตานก๋วยสลาก

วัดพระธาตุหริชัย  อำเภอเมือง  จังหวัดลำพูน จัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน

%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81

งานทำบุญทานข้าวสลาก  หรือต๋านก๋วยสลาก  คืองานประเพณีทำบุญสลากภัตต์ เป็นประเพณีของชาวล้านนา ซึ่งนิยมทำกันในช่วงกลางพรรษา  ในราวปลายเดือนสิงหาคม  กันยายน  ตุลาคม   และจะกินกันมากในเดือนกันยายน  เพราะถึงว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่อดอยากของชาวบ้าน  ด้วยเหตุหลายประการ  ประการสำคัญคือข้าวเปลือกที่เก็บไว้ในยุ้งฉางจะใกล้จะหมด  หรือหมดไปแล้ว    คนที่มีข้าวเปลือกก็จะเก็บไว้จนกว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวใหม่มาใส่ในปีต่อไป   ซึ่งจะเป็นในเดือนมกราคม   คนที่ซื้อกินข้าวสารก็จะหาซื้อยากและมีราคาแพง  ด้วยเหตุนี้ซึ่งถือว่าในระหว่างเดือนเหล่านี้เป็นเดือนที่แร้นแค้น   อดอยาก  เมื่อคนทั่วไปอดอยากก็พากันคิดถึงผีที่เป็นญาติพี่น้องก็คงจะอดอยากเช่นกัน  หวังว่าพ่อแม่พี่น้องที่ตายไปแล้วจะไม่มีเครื่องอุปโภคบริโภคจึงรวมกันจัดพิธีทำบุญทานข้าวสลาก  จัดข้าวปลาอาหารของกินของใช้ไปถวายแก่พระภิกษุสงฆ์   เพื่ออุทิศส่วนบุญให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว   การทำบุญทำทานข้าวสลาก   มีพิธีการทานผิดกับการทานในโอกาสอื่นตรงที่ไม่จำเพาะเจาะจงแก่สงฆ์รูปองค์ใด   จึงทำเป็นสลากไปปะปนกันในพระภิกษุ สามเณรจับสลากหรือฉลาก  หากก๋วยสลาก  หรือภาชนะที่บรรจุเครื่องไทยทานตกที่พระภิกษุสามเณรรูปใดก็จะยกก๋วยสลากถวายแก่รูปนั้น

โดยก่อนที่จะถึงวันตานก๋วยสลาก ชาวล้านนาจะเรียกว่าวัน วันดา หรือที่เรียกกันว่าวันสุกดิบ โดยชาวบ้านจะจัดเตรียมข้าวปลา อาหาร รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ ก่อนที่จำนำมาใส่ในก๋วยสลาก  พอใส่ทุกอย่างลงไปเสร็จเรียบร้อย ก็จะนำเหลาไม้ไผ่ที่ทำเป็นก้านยาวเล็กๆเพื่อนำมาเป็นยอดก๋วยสลาก เพื่อนำมาเสียบกับเงิน บุหรี่หรือกล่องไม้ขีดไฟ ตามกำลังศรัทธาที่แต่ละคนจะสามารถมีให้ได้ โดยในอดีตจะเป็นการนำใบลานมาทำเป็นยอดของก๋วยสลากแทน แต่ในปัจจุบันใบลานนั้นหายากจึงนิยมใช้เหลาไม้ไผ่มาทำแทน ซึ่งหากใช้ใบลานนั้นก็จะมีการเขียนระบุถึง ชื่อ นามสกุล ของบรรพบุรุษหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเมื่อถึงวันก๋วยสลาก จะมีการรวบรวมแล้วนำไปไว้ที่หน้าวิหารเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยหระภิกษุสงฆ์จะอ่านชื่อของเจ้าของสลาก ก่อนที่จะกรวดน้ำให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นอันเสร็จสิ้น

นับว่าเป็นประเพณีของชาวล้านนาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หากท่านใดสนใจหรือมีความศรัทธาต่อประเพณีดังกล่าวก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ตามวันและเวลา ที่เราได้ระบุเอาไว้ได้เลย

 

 

เช่ารถจากร้านรถเช่าเชียงใหม่เพื่อขับเที่ยวรอบเมืองเชียงใหม่

เช่ารถจากร้านรถเช่าเชียงใหม่เพื่อขับเที่ยวรอบเมืองเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่นับได้ว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีคนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากยิ่งโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวแล้วจะมีผู้คนเดินมาท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษเพื่อมาสูดบรรยากาศเย็นสบายอีกครั้งอย่างมาชมทะเลหมอกยามเช้ารวมถึงน้ำค้างแข็งบนยอดดอยอินทนนท์นั่นเอง และจังหวัดเชียงใหม่เองก็มีศิลปวัฒนธรรมอีกทั้งวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากภาคอื่นๆของประเทศไทย โดยผู้คนส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนเมืองที่มีเอกลักษณ์และมีวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปจากผู้คนในจังหวัดอื่นๆ การเดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่ก็นับได้ว่าเป็นการเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมวัฒนธรรมอันสวยงามของคนเชียงใหม่นั่นเอง

รถเช่าเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองเก่าหรือรอบคูเมืองเชียงใหม่นั้นจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นวัดวาอารามเก่าอยู่หลายแห่ง
ซึ่งหากเดินทางมาท่องเที่ยวที่เชียงใหม่แล้วไม่ควรพลาดที่จะเดินทางมาชมความสวยงามของวัดต่างๆซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัดในศิลปะล้านนาผสมผสานกับศิลปะของทางประเทศพม่านั่นเอง ส่วนการเดินทางไปชื่นชมวัดวาอารามต่างๆในเขตเมืองเก่าหรือรอบคูเมืองจังหวัดเชียงใหม่นั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยวิธีง่ายง่ายนั่นก็คือสามารถเช่ารถจากร้านรถเช่าเชียงใหม่เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวนั่นเอง โดยในจังหวัดเชียงใหม่เองนั้นก็มีร้านรถเช่าเชียงใหม่หลายร้านที่คอยให้บริการเช่ารถโดยมีรถให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและหลากหลายรูปแบบทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซด์นั่นเอง

ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อชื่นชมวัดวาอารามต่างๆในเขตเมืองเก่าของจังหวัดเชียงใหม่นั้นข้อแนะนำง่ายๆในการเลือกรถเช่า คือสามารถเลือกรถเช่าจากร้านรถเช่าเชียงใหม่ได้หลากหลายรูปแบบแต่ควรเน้นรถมอเตอร์ไซด์เป็นหลักเพราะว่าจะช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าน้ำมันรถนั่นเอง อีกทั้งรถเช่าที่เป็นรถมอเตอร์ไซด์นั้นจะสามารถหาพื้นที่ในการจัดได้ง่ายกว่ารถเช่าที่เป็นรถยนต์นั่นเอง ซึ่งทำให้ผู้เช่าสามารถเดินทางได้สะดวกสบายอีกทั้งยังหาที่จอดได้อย่างง่ายดายนั่นเอง ในส่วนของร้าน รถเช่าเชียงใหม่ ที่เปิดบริการให้เช่ารถมอเตอร์ไซด์นั้นปกติแล้วก็จะคิดค่าเช่าอยู่ที่ประมาณวันละ 250 บาทขึ้นไป ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับป้าเป็นรถรุ่นไหนและยี่ห้ออะไรนั่นเอง แต่ส่วนมากร้านรถเช่าเชียงใหม่นั้นจะเน้นเรื่องของรถเช่าที่เป็นเกียร์ออโต้มากกว่าเพราะจะสามารถขับขี่ได้อย่างง่ายดายและเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถไม่ค่อยเก่งด้วย ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องเกียร์รถนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคนด้วยเช่นกันว่าชื่นชอบในรถแบบไหนเพราะว่ามีรถหลากหลายรูปแบบให้เลือกนั่นเอง อีกทั้งร้านรถเช่าในเชียงใหม่นั้นก็ยังบริการรับส่งรถตามสถานที่ต่างๆซึ่งบางร้านนั้นสามารถเปิดบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ซึ่งสามารถสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องการจะเช่าได้เป็นอย่างดี